สี่แผ่นดิน วรรณกรรมแห่งสยามประเทศ

สี่แผ่นดิน เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ในช่วงสมัย รัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 8 เขียนขึ้นโดย หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช คำว่าสี่แผ่นดิน เป็นการบอกเล่าผ่านตัวละครในเรื่องชื่อว่า พลอย ตั้งแต่วัยเด็กช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงวัยชราในช่วงรัชกาลที่ 8 ซึ่งเธอได้พลัดแผ่นดินมาจนถึง 4 แผ่นดิน เป็นที่มาของคำว่า สี่แผ่นดิน ในช่วงแรกสี่แผ่นดินไม่ได้เขียนเป็นหนังสือ แต่เขียนขึ้นโดยแบ่งเป็นตอนๆลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ และได้รับความนิยมมากในตอนนั้นจนผู้อ่านคิดว่าตัวละครนั้นมีอยู่จริง รวมถึงผู้อ่านจะได้อ่านเรื่องราวของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เรื่องราวของชาววัง อาหารชาววัง การละเล่น ต่างๆ ที่บอกเล่าผ่านตัวละคร พลอย ในวัยเด็ก วัยสาว วัยผู้ใหญ่ จนถึง วัยชรา ที่เธอต้องพบพานมาตลอดช่วงชีวิตของเธอ เรื่องราวของประวัติศาสตร์ถูกบอกเล่าผ่านตัวหนังสือออกมาได้อย่างสวยงาม สี่แผ่นดิน จึงกลายเป็นวรรณกรรมที่ถูกจัดว่าเป็นสมบัติของแผ่นดินไทยและเป็นนิยายที่เด็กควรอ่าน เรื่องราวของสี่แผ่นดิน ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2504 ทางช่อง 4 และถูกสร้างต่ออีก 4 ครั้ง เวอร์ชั่นที่โด่งดังที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดคือ พ.ศ. 2546 กำกับโดย ม.ล. […]

Continue reading


เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ กับ ซอยเดียวกัน

ซอยเดียวกัน เป็นหนังสือที่เกิดจากความตั้งใจของ วาณิช จรุงกิจอนันต์ ผู้เขียน ที่ต้องการจะมีหนังสือรวมเรื่องสั้นเป็นของตนเองไว้ เนื่องจากผู้เขียนให้ความสำคัญกับคำว่า “นักเขียน” มาก จึงรู้สึกกระดากปากที่จะเรียกตัวเองเช่นนั้น เมื่อได้ออกหนังสือเรื่องซอยเดียวกัน ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในคำนำว่า “ผมเขียนหนังสือรวมพิมพ์เป็นเล่มมาแล้วหลายเล่ม แต่กล่าวได้ว่าเล่มที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นนักเขียนโดยสมบูรณ์คือเล่มนี้ เล่มที่ให้ชื่อว่าซอยเดียวกันนี้” จากความตั้งใจของ วาณิชจรุงกิจอนันต์ นี่เอง ทำให้เรื่องซอยเดียวกันเป็นรูปเล่มในปี พ.ศ. 2526 และแน่นอนก็เป็น 1 ใน 47 หนังสือ ที่ผ่านเข้าพิจารณารางวัลซีไรต์ ด้วยเหตุผลว่ามีการนำเสนอที่แปลกใหม่ กล้าที่จะสร้างสรรค์รูปแบบที่แตกต่าง ที่มีเนื้อหาสะท้อนชีวิตได้อย่างโดดเด่น บวกกับฝีมือทางวรรณศิลป์อันยอดเยี่ยม ทำให้ซอยเดียวกันกลายเป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์ในปี พ.ศ. 2527 เรื้องสั้นที่รวบรวมไว้ใน ซอยเดียวกัน บางเรื่อง ดังนี้ เมืองหลวง เป็นเรื่องราวของคนต่างจังหวัดที่ต้องมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านความคิดของชายคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เดิมๆในกรุงเทพฯ อย่างรถติด คนเห็นแก่ตัว การดูถูกเพื่อนมนุษย์ที่ทำตัวต่างออกไป และอื่นอีกมากมาย ส่วนตัวละครที่ดำเนินเรื่องนั้นก็จินตนาการชีวิตของตนเองตามเนื้อเพลงที่ร้องขึ้น และหวังที่จะหลุดพ้นวังวนที่วุ่นวายนี้สักที คำประพันธ์ในเรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาผ่านความคิดของตัวละคร โดยบรรยายบรรยากาศรอบตัวที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน สามารถเห็นภาพได้และบรรยายความรู้สึกของตนเองควบคู่กันไป ภาษาที่ใช้ก็สื่อความได้ตรงตัวจุดเด่นของเรื่องนี้คือการนำเอาเพลงลูกทุ่ง ที่เป็นที่นิยมและสอดคล้องกับเรื่องมาเป็นส่วนหนึ่งของการนำไปสู่การจินตนาการความคิดของตัวละคร สะท้อนภาพความจริงของสังคมเมืองหลวงที่เราทุกคนล้วนเจอ ต้องบอกเลยว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านเป็นอย่างมากเลยจริงๆนะครับ

Continue reading


ลูกอีสาน หนังสือดีที่น่าอ่าน

    ลูกอีสาน เป็นหนังสือนวนิยายของคุณ คำพูน บุญทวี ซึ่งได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2522 และวรรณกรรมเล่มนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ลูกอีสาน ในปีพ.ศ. 2525 รวมทั้งยังได้รับการจัดให้เป็นหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านอีกด้วย ผู้เขียนสามารถนำเรื่องราวที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวอีสานอย่างแท้จริงและบรรยายภาพได้สมจริงจนเกิดเป็นภาพเหมือนหนังภาพยนตร์ได้อย่างดีเลยทีเดียว แน่นอนว่า หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลดีเด่น ประเภทนิยาย ของคณะกรรมการพัฒนาหนังสือ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปีพ.ศ. 2519 และรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมรางวัลซีไรท์ดีเด่นประเภทนิยายประจำปี พ.ศ. 2522 ผู้เขียนซึ่งเป็นคนอีสานโดยกำเนิดได้นำเอาประสบการณ์ชีวิตเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนออกมาเขียนได้เล่าชีวิตช่วงเด็กในแผ่นดินที่ราบสูงสะท้อนออกมาเป็นเรื่องราว แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่สภาวะธรรมชาติ ความสุข ความทุกข์ และการต่อสู้อย่างทรหด อดทนกับความแปรปรวนของธรรมชาตินับได้ว่าเป็นงานเขียนที่มีคุณค่าต่อการศึกษาสังคมท้องถิ่นอีสานอย่างมาก ลูกอีสาน เป็นการนำเอาเรื่องราวจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนพบเห็น ถ่ายทอดในรูปของนิยาย โดยได้เขียนเป็นตอนๆ ประมาณ 36 ตอน เพื่อพิมพ์ลงในนิตยสารฟ้าเมืองไทย ช่วงปี พ.ศ. 2518 – 2519 ลูกอีสานเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ชีวิตโดยตรงใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมาสละสรวยแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานต้องเผชิญพบกับความยากลำบากอย่างไร การเรียนรู้ที่จะอดทนเพื่อเอาชนะกับความยากแค้นตามธรรมชาติ ด้วยความมานะบากบั่น ความเอื้ออารีที่มีให้กันในหมู่คณะ ความเคารพในระบบอาวุโส สิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ในแต่ละตอนของลูกอีสาน ดังที่พ่อของคูนบอกว่า “…เรื่องน้ำใจ พ่อของคูนเคยสอนคูนเหมือนกันว่าคนมีชื่อนั้นคือ […]

Continue reading


ถ้าอยากคิดใหญ่ต้อง คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก

คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก แปลมาจากหนังสือที่ยังคงทำให้เราชอบในการเขียนและน่าอ่านยิ่งขึ้นจากภาษาอังกฤษที่ชื่อ The  Magic of Thinking Big  เป็นหนังสือระดับตำนานอีกเล่มหนึ่งที่ยอดเยี่ยมเล่มหนึ่ง หนังสือชื่อนี้เขียนขึ้นมานานมากแล้ว(ตั้งแต่ปี 1959) ผมก็ยังไม่เกิดเลยนะครับ ฮ่าๆ ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่คงความคุณภาพของการทำหนังสืออย่างยอดเยี่ยมจริงๆ เหนังสือเล่มนี้ในเว็บต่างประเทศมีคะแนนที่สูงมากเล่มหนึ่งเลยและ ยอดจำหน่ายก็ค่อนข้างเยอะ แน่นอนว่าความนิยมของเล่มได้เป็นอย่างดี ให้การตอบรับอย่างล้มหลามเลย แน่นอนว่าเราจะมาดูเนื้อหาด้านในหนังสือกันนะครับ  หลักของความคิดหลักของหนังสือ คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก ตามชื่อเลยนะครับ  การคิดใหญ่ ความแตกต่างของคนที่ไม่ใช่แค่สมองที่ดี ผลการศึกษาก็ไม่ใช่อีกเลย และฐานะในปัจจุบันที่ไม่ได้บ่งบอกเลย ความแตกต่างมันของหนังสิอยู่ที่ความคิดและความเชื่อในการทำให้ความสำเร็จ คือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของความคิดใหญ่ แต่ถึงแม้ว่าการคิดใหญ่สามารถให้ผลสำเร็จอย่างมากมายแล้ว  ก็ยังไม่ได้คิดและเชื่ออย่างนั้น หนังสือเล่มนี้เลยเขียนขึ้นมาเพื่อให้เราได้ พัฒนาความคิดให้เป็นคนคิดการใหญ่ แน่นอนว่าความสำเร็จต่างๆทุกอย่างๆได้มาจากการคิดใหญ่ มันทำให้มีคุณค่าขึ้นมาและคุ้มค่ามากที่เราได้อ่านจะทำให้เราได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนคิดใหญ่ เพื่อประโยชน์ต่างๆอีกมากมายที่จะตามมา ตลอดทั้งเล่มของหนังสือเล่มได้บอกถึง กลวิธีต่างๆที่จะคิดให้ได้เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จ คนที่คิดใหญ่เค้าคิดกันอย่างไร ปฏิบัติตัวกันอย่างไร หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวม ให้ทำตามกันแล้วนะครับ

Continue reading


เพิ่มพลังความรักด้วยเดอะพาวเวอร์ The Power

“เดอะพาวเวอร์” เป็นวรรณกรรมผลงานเล่มที่สองต่อจาก “เดอะซีเคร็ต” ของยอดนักเขียนหนังสือชื่อดัง รอนดา เบิร์น ซึ่งผลงานหนังสือเล่มนี้ก็ยังเต็มไปด้วยการเขียนอันชวนให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องและคุณค่าเหมือนเดิม และ เชื่อได้ว่าเป็นหนังสือขายดี เนื่องจากมีผู้ซื้อมากมายจากทั่วโลกที่ซื้อไปอ่านแล้วนำไปปฏิบัติตาม รอนดา เบิร์น เขียนบอกเอาไว้ว่า แม้ใครจะไม่เคยอ่าน “เดอะซีเคร็ต” มาก่อนก็ตาม ถ้าได้อ่านสามารถที่จะเข้าใจ “เดอะพาวเวอร์” อย่างท่องแท้แน่นอนและสามารถที่จะนำไปใช้ไปปฏิบัติได้อย่างเรื่อยๆ เพราะเดอะพาวเวอร์มีทุกอย่างที่จำเป็นเอาไว้หมดแล้ว หนังสือเล่มนี้คือหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องของ พลังของความรัก ในที่นี้นักเขียนอย่าง รอนดา น่าจูดถึงเรื่องราวของความรัก หรือพลังแห่งความรัก รอนดา ได้บอกว่าพลังแห่งความรักก็คือกฏแห่งการดึงดูดในเดอะซีเคร็ตนั่นเอง คือสิ่งเดียวกัน เพราะความจริงแล้วความรักคือสิ่งที่ดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาในชีวิตเรา ความรักสามารถที่จะมอบทุกอย่างให้กับเรา เมื่อเรามีความรักไม่ว่าจะกับอะไรก็ตาม เราจะเกิดความรู้สึกกับสิ่งนั้นและความรู้สึกก็จะดึงดูดมันเข้ามาในชีวิตของเรา ผู้เขียนบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาในชีวิตเราไม่มีอะไรได้มาโดยบังเอิญ ทุกอย่างเข้ามาเพราะเรามีความรักกับสิ่งนั้นหรือไม่ก็ขาดความรักกับสิ่งนั้น สำหรับคนที่เคยอ่านเดอะซีเคร็ตมาแล้วคงจำจำกันได้ว่า กฎแห่งการดึงดูดจะดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิดและที่เรารู้สึก ความรักจึงดึงดูดได้ทุกอย่าง สำหรับสิ่งที่เป็นด้านบวกเมื่อเรารู้สึกรักจนเกิดความรู้สึกดีๆ ความรักจะนำพาเรื่องดีๆนั้นเข้ามาหาเรา ส่วนสิ่งที่เป็นด้านลบที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ก็มาจากการขาดความรักเพราะเมื่อรู้สึกขาดความรักก็จะเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา กฎแห่งการดึงดูดก็จะตอบสนองเราด้วยสิ่งที่เรารู้สึก นำพาสิ่งที่เป็นด้านลบเข้ามาหาเรา จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือพลังแห่งความรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

Continue reading


อยู่กับก๋ง วรรณกรรมอันแสนงดงามของชีวิต

    อยู่กับก๋ง เป็นวรรณกรรมอีกชิ้นหนึ่งที่ควรค่าแก่นักอ่านทุกเพศทุกวัย เนื่องจากหนังสือได้สะท้อนความคิดและสภาพสังคมเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว ผ่านสายตาของชาวจีนที่เข้ามาอาศัยที่เมืองไทยเป้นสมัยเริ่มแรก  ผู้แต่งวรรณกรรมชิ้นนี้ มีนามปากกาว่า หยก บูรพา  แต่งเมื่อราว พ.ศ.2519 ก๋ง และ หยก คือตัวละครหลักที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรม และหยกเองก็เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของตนกับก๋ง รวมทั้งผู้คนที่อยู่รายรอบตัวเขา ซึ่งเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงของตัวผู้เขียน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนจีนกับคนไทย ชีวิตชาวห้องแถวในชนบท และยังพยายามสอดแทรกทัศนคติต่อชีวิต สังคม วัฒนธรรมการดำเนินชีวิตและอาชีพของคนจีนที่อพยพมาจากแผ่นดินบ้านเกิดของตนเองมาด้วยความหวังว่าชีวิตในที่นี่จะต้องดีกว่าเดิม ก๋ง ทำงานเลี้ยงด้วยตัวเอง เขามีความเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนบ้าน เกรงกลัวและรักษากฏหมายบ้านเมืองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและกฏแห่งกรรมตามความเชื่อแห่งจีน นอกจากนี้ก๋งยังเรียนรู้ที่จะปรับตัวและมีความเข้าใจความเป็นไทย รักษาตนให้เป็นพลเมืองดีแม้ฐานะจะไม่ได้ดีมากนัก นอกจากนี้ก๋งยังรักและเทิดทูลองค์พระมหากษัตริย์ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยก๋งก็ได้พยายามถ่ายทอดความสำนึกที่ดีให้แก่หลานชายเพียงคนเดียวของเขา ซึ่งก็คือ หยก นั่นเอง ทั้งนี้จึงอยากฝากข้อคิดจากประโยคหนึ่งซึ่งปรากฏในวรรณกรรมเรื่องนี้ โดยเป็นสิ่งที่ก๋งสอนหยก ว่า “ก๋งเพียรสอนให้ฉันยอมรับความจริงของชีวิต มีความมั่นใจในตัวเองและเข้มแข็งต่อการบุกบั่นเพื่อความอยู่รอด ข้อคิดพื้นๆของก๋งทำให้ฉันเข้าใจฐานะที่แท้จริงของตนเอง ทำให้ฉันเป็นสุขได้ในความขัดสนจนยากและไม่ท้อแท้”

Continue reading


เรื่องของเด็กชายมะลิวัลย์

   เด็กชายมะลิวัลย์บทประพันธ์จาก ประภัสสร เสวิกุล เป็นวรรณกรรมที่สะท้อนภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเรื่องถูกถ่ายทอดโดยเด็กผู้ชายที่มีชื่อว่า มะลิวัลย์  เขาเป้นเด็กที่เกิดมาร่างกายพิการแต่ทว่าหัวจิตหัวใจของเขากลับเข้มแข็งเพราะครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมจะเดินเคียงข้างไปด้วยกัน รวมทั้งบุคคลที่อยู่รายรอบก็มีจิตใจโอบอ้อมอารีพร้อมที่จะหยิบยื่นน้ำใจช่วยเหลือกันไม่เสื่อมคลาย เด็กชายมะลิวัลย์ เกิดและโตในห้องแถวแถวเสาชิงช้า กรุงเทพฯ เขาเกิดมาตอนแม่อายุ 40 ปี พร้อมกับผิวพรรณขาวนวลจนพ่อต้องตั้งชื่อให้ว่า มะลิ และเพื่อนๆยังมาต่อสร้อยให้จนกลายเป็นเด็กชายมะลิวัลย์  ในยุคที่เขาเกิดมานั้นช่างเป็นยุคที่ใครๆก็ไม่ปรารถนาเนื่องจากประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะสงครามโกลครั้งที่ 2 ทุกสิ่งทุกอย่างจึงดูอัตคัดขัดสน ข้าวปลาอาหาร เงินทอง เสื้อผ้า หยูกยาก็ค่อนข้างขาดแคลน ที่พอมีก็ราคาแพงจนเท่าตัว มะลิโชคร้ายนัก เขาป่วยเป็นโปลิโอ ซึ่งแน่นอนก้ไม่มีเงินไปรักษาหรือจะหาวัคซีนใดๆมาฉีด ดังนั้นเขาจึงต้องพิการในที่สุด ทว่าจิตใจของเด็กชายกลับไม่ได้พิการไปด้วยเพราะมีแม่คอยให้กำลังใจและปลูกฝังบ่มเพาะนิสัยให้เขามีความทรนงรักศักดิ์รักศรี วรรณกรรมเล่มนี้ถูกเล่าเป็นตอนๆ และในแต่ละตอนก็แฝงด้วยแง่คิดต่างๆอันดีงาม อ่านแล้วรู้สึกอุ่นใจ แม้ว่าสภาพสังคมที่เกิดขึ้นในรื่องอาจดูย่ำแย่ แต่ว่าเรายังพบเห็นผู้คนที่โอบอ้อมอารีต่อกันในแบบสังคมไทยแต่ก่อนและการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ไม่แบ่งแยกว่าจะเป็นคนจีนหรือคนไทย ซึ่งนับว่าหายากที่จะเจอในสังคมสมัยนี้

Continue reading


แมงมุมเพื่อนรัก หนังสือที่เยาวชนควรอ่าน

       ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก เป็นหนังสือบันเทิงคดีประเภทวีรกรรมเยาวชน  ประพันธ์โดย อี.บี.ไวท์ นักเขียนที่มีชื่อเสียงของอเมริกา สำหรับหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพความเป็นเพื่อนระหว่าง วิลเบอร์ เจ้าหมูน้อยจอมซน และ ชาร์ล็อตต์ แมงมุมแสนสวย เรื่องราวมีอยู่ประมาณว่า วิลเบอร์ถูกขายมาให้อยู่ในฟาร์มๆหนึ่ง ทีนั่นทำให้เขาพบกับ ชาร์ล็อตต์ แมงมุมที่มีความสามารถพิเศษคือชักใยเป็นตัวอักษรได้ วิลเบอร์จึงได้เพื่อนใหม่ และได้ผจญภัยเพื่อสร้างวีรกรรมไปในโลกใบใหม่ของเขา แต่วันหนึ่งวิลเบอร์ก็พบว่า แท้จริงแล้วหมูก็ต้องเป็นอาหารของมนุษย์ ที่พวกมนุษย์ให้ข้าวให้น้ำก็เพื่อหวังที่จะให้เขาอ้วน น่ากิน แต่วิลเบอร์ ไม่ได้ต้องการเป็นอาหาร เขารักชีวิตตนเองและยังอยากใช้ชีวิตเพื่อชื่นชมความสวยงามของโลกใบนี้ต่อไป ด้วยสิ่งนี้เองวิลเบอร์จึงดิ้นรนเพื่อจะให้ตนเองมีชีวิตรอด ซึ่งก้มีผู้ช่วยอย่างชาร์ล็อตต์เพื่อนรักของเขาทำให้เขากลายเป็นหมูที่มีความสามารถพิเศษกว่าหมูทั่วๆไป จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิตชาร์ล็อตต์  วิลเบอร์ได้ให้สัญญากับเธอว่าจะดูแลลูกๆของเธอตอบแทนสิ่งที่เธอเคยช่วยเขาไว้ แม่จะเป็นแมงมุมตัวเล็กๆ แต่กลับมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชีวิตวิลเบอร์ เรื่องนี้ถือว่าเป็นงานเขียนที่แฝงไปด้วยจินตนาการและแง่คิดที่ผู้เขียนถ่ายถอดออกมาโดยอาศัยการเล่าเรื่องของตัวละคร  สำหรับแง่คิดที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ก็คือประโยคหนึ่งที่วิลเบอร์ถามชาร์ล็อตต์ว่า ทำไมต้องช่วยเขาถึงขนาดนี้ ทั้งที่เขาเองไม่เคยทำอะไรให้เธอเลย ชาร์ล็อตต์จึงตอบว่า เพราะวิลเบอร์เป็นเพื่อน และนั่นก็เพียงพอแล้ว

Continue reading


เด็กชายในชุดนอนลายทาง หนังสือเด็กที่ผู้ใหญ่ต้องอ่าน

หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นวรรณกรรมที่สะท้อนเรื่องจริงอันเจ็บปวด โดยเฉพาะหากใช้ประเด็นที่เด็กเป็นตัวนำของเรื่องและตอนจบที่ทำให้ผู้ใหญ่ถึงกลับเก็บเอาไปขบคิด บางคนอาจจะนอนไม่หลับเลยทีเดียว เนื้อเรื่องพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องจะเล่าผ่านมุมมองของเด็กชายคนหนึ่งชื่อบรูโน่ เป็นลูกของนายทหารชั้นสูงคนหนึ่งในกรุงเบอร์ลิน วันหนึ่งครอบครัวของบรูโน่ต้องย้ายไปอยู่ในเมืองที่ชื่อว่า Auschwitz เนื่องจากพ่อของเขาได้เลื่อนตำแหน่งให้ไปประจำค่ายค่ายหนึ่ง บรูโน่ไม่ค่อยชอบบ้านใหม่ของเขาเลยเนื่องจากบรรกากาศที่ไม่ดี เพราะที่ค่ายมักเผ่าอะไรอยู่บ่อยๆ รวมทั้งรอบๆบ้านเขาเองก็ไม่มีเพื่อนเลย จะมีแต่แค่ที่ค่ายเท่านั้น  บรูโน่มักสงัยถึงผู้คนที่อยู่ในค่าย เพราะทุกคนต่างโกนผมทั้งหญิงและชาย แถมยังใส่ชุดนอนลายทางเหมือนๆกันตลอดเวลา แม้บรูโน่จะถามใคร ก็ไม่เคยได้รับคำตอบ และวันหนึ่งบรูโน่จึงตัดสินใจแอบออกไปยังค่ายแห่งนั้น เผื่อว่าเขาจะได้เพื่อนใหม่สักคน และในที่สุดเขาก็ได้พบเด็กชายรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขาที่นั่น เด็กคนนี้ผอมกว่าเขา นัยย์ตาเศร้ามอง ดูหวาดระแวงตลอด ร่างกายมอมแมมและมีกลิ่นเหม็นเล็กน้อย แต่เด็กชายกลับส่งยิ้มอย่างร่าเริงมาให้บรูโน่ แม้ช่วงแรกเขาจะกลัวบรูโน่อยู่บ้างด้วยความไม่ไว้วางใจ แต่ในที่สุดทั้งสองก็ได้เป็นเพื่อนกัน เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อ ชมูเอล  ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของบรูโน่ ทำให้เขาเกิดความคิดที่จะเข้าไปผจญภัยในค่ายที่ชมูเอลอยู่ เพราะเขาคิดว่าที่นี่ดูเป็นหมู่บ้านของคนแปลกๆที่ชอบโกนหัว และใส่ชุดนอนตลอดเวลา ส่วนชมูเอลเองก็มักจะแสดงอาการหวาดระแวงในทุกๆครั้งที่บรูโน่มานั่งชวนคุยที่ริมรั้วลวดหนาม กั้นระหว่างอาณาเขตของค่ายและโลกภายนอก หนังสือบอกเล่ามิตรภาพดีๆและวีรกรรมของบรูโน่กับชมูเอลในค่ายแห่งนี้ จนมาถึงจุบจบขอเรื่องที่ทำให้ทุกคนไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผู้เขียนต้องการแบบนี้จริงๆหรือ และคุณจะรู้ว่า สิ่งที่โหดร้ายที่สุดก็คือมนุษย์เรานี่แหละ

Continue reading


ฉันจึงมาหาความหมาย หนังสือสื่อปรัชญา

      จากบทกลอนอันโด่งดังในช่วงยุค 14 ตุลาคม 2516 ที่ว่า “ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย สุดท้าย ให้กระดาษ ฉันแผ่นเดียว” บทกลอนนี้ถูกกล่าวขานไปอย่างมากมาย และเจ้าของบทกลอนนี้ก็คือ วิทยากร เชียงกูล โดยที่เขาก็ได้แต่งหนังสือที่มีชื่อว่า ฉันจึงมาหาความหมาย ซึ่งเป็นหนังสือที่มีบทบาทสำคัญต่อขบวนการนักศึกษาในช่วงนั้น จนนำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลา 16 คล้ายๆกับหนังสือกระท่อมน้อยของลุงทอม ของแฮเรียท บีชเชอรส์โตว์  ที่ได้มีผลต่อการต่อต้านระบบทาสจนกระทั่งเป้นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองของอเมริกา ฉันจึงมาหาความหมาย ถูกพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ 2514 โดยสภาหน้าโดม เนื้อหาจะรวบรวมงานเขียนของวิทยากร เชียงกูล ซึ่งสะท้อนความคิดของคนรุ่นใหม่ ในสมัยนั้น ในบริบทที่ว่า สภาพสังคมในมหาวิทยาลัยทั้งภายในและภายนอกที่ผู้เป็นใหญ่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของนักศึกษา ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ด้อยโอกาสในสังคมที่ต้องตกเป็นเหยื่อของคนอีกชนชั้นหนึ่ง รวมทั้งสังคมชนบทที่ถูกรุกรานโดยสังคมเมือง   โดย ฉันจึงมาหาความหมาย เป็นหนังสือที่สื่อคำถามว่า ความหมายของระบบการศึกษา ค่านิยม สถาบันต่างๆ ในสังคม มันคืออะไรอะไรกันแน่ จนก่อให้เกิดความสงสัยในการที่จะมีชีวิตอยู่ […]

Continue reading